งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน
จัดที่ อิมแพค ชาเลนเจอร์ Hall 1-3 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
ระหว่างวันที่ 17-22 ตุลาคม 2549
โดยเป็นวันเจรจาธุรกิจ 17-20 ตุลาคม เวลา 10.00-18.00 น. และ
วันจำหน่ายปลีก 21-22 ตุลาคม เวลา 10.00-21.00 น.
http://www.thaitambon.com/English/TradeFair2006.htm
:: 1/14/2006 12:00:00 AM
|
งานโอทอป ทู เดอะ เวิร์ด 2549
จัดที่ อิมแพค Hall 1-3 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
ระหว่างวันที่ 18-23 เมษายน 2549
โดยเป็นวันเจรจาธุรกิจ 18-21เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และ
วันจำหน่ายปลีก 22-23 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น.
http://www.thaitambon.com/English/TradeFair2006.htm
:: 1/14/2006 12:00:00 AM
|
งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของ
จัดที่ อิมแพค ชาเลนเจอร์ Hall 1-3 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
ระหว่างวันที่ 18-23 เมษายน 2549
โดยเป็นวันเจรจาธุรกิจ 18-21เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และ วันจำหน่ายปลีก 22-23 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น.
http://www.thaitambon.com/English/TradeFair2006.htm
:: 1/14/2006 12:00:00 AM
|
Bangkok International Gift Fair 2005 (BIG) and Bangkok International Houseware Fair 2005 (BIH)
October 17-22 at Impact, Muang Thong Thani, Hall 1-8
Trade : 17-20, Public : 21-22
(Organizer : Ministry of Commerce, Dept.of Export Promotion)
งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน วันที่ 17-22 ตุลาคม 2548 ณ อิมแพค เมืองทองธานี Hall 1-8
:: 5/31/2005 12:00:00 AM
|
ตั้งสถาบันจัดการภูมิปัญญาOTOPศูนย์กลางการเรียนรู้สู่คนรุ่นใหม่
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2549 15:54 น.
พัฒนาชุมชนจัดตั้งสถาบันการจัดการภูมิปัญญา OTOP ขึ้น หวังให้เป็นแหล่งรวบรวมสุดยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ศูนย์กลางของแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน พร้อมขยายองค์ความรู้สู่คนรุ่นหลังต่อไป
ดร.นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า สำนักส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งสถาบันการจัดการภูมิปัญญา OTOP ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าโอทอปที่เกิดจากองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในแหล่งเดียวกัน และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยน เรียนรู้ พัฒนาต่อยอดต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบางเรื่องได้ถูกดัดแปลงจนไม่สามารถค้นหา แหล่งภูมิปัญญาดั้งเดิมได้ ขาดการสืบสานถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังและกระจะกระจายยากต่อการสืบค้น
“ภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้เมื่อมีการอยู่อย่างกระจัดกระจายจะยากต่อการดูแล แต่หากนำมารวมกันไว้และบริหารจัดการที่ดีก็จะมีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์โอทอป ในขั้นต้นสถานที่จัดตั้งคงเป็นกรมการพัฒนาชุมชนก่อน โดยจะรวบรวมความเป็นเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่เอาไว้ และสถาบันนี้จะเป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันอีกด้วย โดยจะเชิญศิลปินที่มีภูมิปัญญาในแต่ละสาขาความรู้ด้านต่างๆ มาพบปะพูดคุยและเปลี่ยนทัศนคติกันเป็นระยะ ๆ ซึ่งพื้นที่หนึ่งอาจจะนำความรู้จากพื้นที่อีกแห่งหนึ่งไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ ” ดร.นิรันดร์ กล่าว
สำหรับ สถาบันจะบริหารจัดการเกี่ยวกับภูมิปัญญา OTOP ที่จัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ไว้ 5 ประเภท ประกอบด้วย เครื่องดื่ม ผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ของประดับตกแต่งและของที่ระลึก รวมทั้งสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งผลิตภัณฑ์ โอทอปทั้ง 5 ประเภทนี้มีที่มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมซึ่งพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน และภายหลังได้รับการส่งเสริมให้เป็นผลิตภัณฑ์โอทอปทำห้ภูมิปัญญาดั้งเดิมได้รับการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และจุดขายของผลิตภัณฑ์ คือ ความเป็นมาและองค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของผลิตภัณฑ์ (STORY OF PRODUCT) ดังนั้นเจ้าขององค์ความรู้ที่ถูกนำมาพัฒนาจึงควรใช้ประโยชน์จากเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์รวมไปถึงการสร้างยอดจำหน่ายให้สูงขึ้น โดยอาจนำเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้เชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวได้
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าภูมิปัญญา OTOP หรือต้องการประสานเครือข่ายสถาบันการจัดการภูมิปัญญา OTOP สามารถของใช้บริการได้ที สำนักส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โทร.02-622 3155 หรือ ที่เว็บไซด์ WWW.Cdd.go.th
http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9490000107434
:: 12/30/1899 12:07:10 AM
|
มหาดไทยผนวกท่องเที่ยวโอทอปจับขึ้นทะเบียนกว่า 120แห่งทั่วปท.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2549 14:53 น.
กรมพัฒนาชุมชน ผนวกท่องเที่ยว เข้ากับโอทอป โดยดึงวัฒนธรม ประเพณี และงานด้านเกษตร ปั้นขึ้นทะเบียนโอทอป กว่า 120 แห่งทั่วประเทศ เตรียมส่งโอทอปท่องเที่ยว 120 แห่งดูงานต่างประเทศ เผยการคัดเลือกโอทอป ล่าสุดส่งเข้าร่วมกว่า 18,000 ราย คาดจะได้โอทอปคุณภาพดีมากกว่าเดิม ชี้ผู้ผลิตเข้าใจและปรับคุณภาพได้มาตรฐานขึ้น ยกระดับโอทอปมากกว่า 5 ดาวขึ้นแท่นโอทอปพรีเมียม หวังใช้โปรโมตสินค้าโอทอปโกอินเตอร์
นายสมชายสุนทรวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินงานในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป ว่าในขณะนี้ กำลังดำเนินการให้แต่ละภุมิภาค แต่ละท้องถิ่น ที่มีสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี หรือ งานด้านการเกษตรที่สามารถเชื่อมโยงกับเรื่องของการท่องเที่ยว ให้ดึงสิ่งเหล่านี้ ออกมาพัฒนาขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป ท่องเที่ยว โดยสามารถคัดเลือกมาแล้วในขณะนี้ จำนวน 120 แห่ง เป็นการนำโอทอป และท่องเที่ยวมารวมกันไว้ด้วยกัน ซึ่งจริงแล้วสามารถไปด้วยกันได้ เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวก็มัก จะแวะซื้อของเพื่อเป็นของของฝาก หรือของที่ระลึก และเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ที่เมื่อเดินทางไปเที่ยวก็จะต้องแวะซื้อของ อยากให้คนไทย หันมาเที่ยวเมืองไทย เพราะเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก โดยโอทอปท่องเที่ยว 120 แห่งนี้จะมีการให้ไปดูงานในต่างประเทศ เพื่อจะได้นำมา ปรับปรุงสินค้าของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในขณะนี้ จะต้องเผชิญกับสถานะการณ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ งานด้านโอทอป ยังไม่สามารถที่จะหยุดได้ จะต้องเร่งขยายมากขึ้น เพราะยังมีคนในระดับรากหญ้าที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่ และที่ผ่านมาโอทอปสามารถที่จะช่วยเหลือคนในระดับรากหญ้านี้ ได้ ถ้าไม่มีโอทอปคนเหล่านั้น คงจะไม่มีโอกาสได้มีอาชีพ มีรายได้ เหมือนอย่างทุกวันนี้ ซึ่งส่งเสริมเข้าไปเป็นขั้นตอน พอประสบความสำเร็จด้านการตลาด ก็ส่งเสริมต่อเพื่อให้เกิดผู้ประกอบการที่ดีต่อไป
โดยมีอะไรดี จะเข้าไปให้การช่วยเหลือเต็มที เช่น การเชิญวิทยากรดีดี มาช่วยให้การอบรม แม้ว่าจะราคาแพง ถ้าทำแล้วประสบความสำเร็จยินดีที่จะจ้างยินดีที่จะหามา ที่ผ่านได้ทำการอบรมกล่มผู้ประกอบการโอทอป ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 1800 คน รุ่นหนึ่งอบรมประมาณ 400 คนถึง 500 คน อบรมไปแล้ว ทั้งสิ้น 60 ครั้งขึ้นไป
ในส่วนของการประกวดสุดยอดโอทอปในปีนี้ มีผู้ส่งเข้าประกวด 18,000 ราย โดยมีคณะกรรมการจาก 5 กระทรวง มาช่วยตัดสิน การคัดเลือกโอทอป มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกมาขึ้น จะเห็นได้ว่าสินค้าโอทอป ที่ผ่านการคัดเลือก ในครั้งล่าสุดที่จะประกาศผลในต้นเดือนตุลาคมนี้ จะมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม และกรรมการที่มาช่วยตัดสินเป็นคณะกรรมการที่คุณภาพ ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการโอทอป ในปีนี้จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตแต่ละรายมีการปรับปรุงคุณภาพดีขึ้น เพราะจะรู้วาบกพร่องอะไร และจะทำอย่างไร จึงจะได้รับการคัดเลือก ทำให้ 3-5 ดาว ต่อไปนี้ จะได้มาตรฐานกว่าปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของโอทอประดับ 1-2 ดาว เราก็ไม่ได้ทอดทิ้ง จะมีทางผู้ว่าราชการจังหวัดให้การช่วยเหลือ เวลาทางจังหวัดมีกิจกรรมอะไรก็เชิญกล่ม 1-2 ดาว เข้าร่วมด้วย เพียงแต่การจัดงานโอทอป ประจำปี จะไม่ได้เข้าร่วม เพราะด้วยพื้นที่ที่มีจำกัด จะได้เฉพาะ 3-5 ดาว เข้าร่วมก่อน
ในส่วนของโอทอป ที่เป็นโอทอปจริง ยังเป็นงานแฮนด์เมคอยู่ แต่เดิมปัญหาของโอทอปที่เป็นแฮนด์เมค คือ ไม่สามารถรับออร์เดอร์จำนวนมากได้ แต่ปัจจุบัน ได้จัดให้มีการรวมตัวกันเป็นกล่ม ช่วยให้รับงานจำนวนมากได้ ทำให้สามารถทำตลาดในต่างประเทศได้ ปัจจุบัน ยอดขายโอทอปที่ส่งออกอยู่ที่ประมาณ 25 % ที่เหลือขายในประเทศ 75% ซึ่งยังสามารถพัฒนาและส่งออกสินค้าโอทอปไปต่างประเทศได้อีกมาก ซึ่งพยายามเข้าไปให้การช่วยเหลือ เพื่อโปรโมตโอทอปให้สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้มากขึ้น เช่น การนำสินค้าโอทอป ไปประดับตกแต่งสถานฑูตในประเทศต่างๆ หรือ การเปิดพื้นที่ในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อนำสินค้าโอทอปเข้าไปจำหน่าย
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในปีนี้ ยังได้มีการคัดเลือกโอทอป ที่มากกว่า 5 ดาว เพื่อใช้สำหรับโปรโมต เรียกว่า สินค้าพรีเมียม และการทำงานด้านโอทอป ชัดเจนมากขึ้น เรารู้ว่าอะไรบกพร่อง และต้องส่งเสริมอะไรต่อ และจะต้องหยุดส่งเสริมอะไร โดยเราจะมาดูกัน และมีสถาบันหลายสถาบันมาช่วยทำต้องนี้ ด้วย และล่าสุดกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนิตยสารเส้นทางเศรษฐี (เครือมติชน) จัดงาน วันเส้นทางเศรษฐี ครั้งที่ 3 โดยมีผุ้ประกอบการเอสเอ็มอี แฟรนไชส์ ผลิตภัณฑ์ โอทอป สถาบันการเงินต่างๆ กว่า 150 บูธ พร้อมอบรมวิชาชีพฟรี ระหว่าง วันที่ 21-24 กันยายน 2549 ที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ
http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9490000116255
:: 12/30/1899 12:07:10 AM
|
ประชาสัมพันธ์"การคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์"ปี49
ประชาสัมพันธ์"การคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์"ปี49
http://www.cdd.go.th/file/opc49.files/frame.htm
:: 12/30/1899 12:07:10 AM
|
FTA กับโอกาสการเปิดตลาด OTOP ในต่างประเทศ
รศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล
เมื่อกล่าวถึงเขตการค้าเสรีหรือ FTA คนส่วนใหญ่จะนึกถึงการค้าขายระหว่างประเทศของบริษัทใหญ่ๆ แต่เมื่อกล่าวถึง OTOP หลายคนจะนึกถึงผู้ประกอบการรายเล็กๆ สินค้าพื้นบ้านระดับรากหญ้าและมองไม่ค่อยเห็นความเกี่ยวโยงกันระหว่าง FTA และ OTOP ที่จริงแล้ว FTA เองไม่ได้สร้างโอกาสให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการค้าขายระหว่างประเทศให้กับสินค้า OTOP อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง OTOP ระดับ 4-5 ดาวที่มีคุณภาพและมาตรฐานพอที่จะส่งออกได้
เมื่อข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าต่างๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ภาษีนำเข้า-ส่งออกและการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ ระหว่างกันก็จะยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้โอกาสการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศคู่ตกลง FTA กับเราจะลดลงจากภาษีนำเข้าที่ลดลงจึงมีความเป็นไปได้สูงที่สินค้า OTOP ของไทยจะถูกสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น
แต่การจะรอให้ลูกค้าปลายทางสั่งซื้อเข้ามาอย่างเดียว ผมคิดว่าเป็นการรอคอยโอกาสมากไปหน่อย ผู้ประกอบการ OTOP เองไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย น่าจะต้องอาศัยโอกาสที่มากับ FTA นี้ทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศด้วย
การจะทำการตลาดด้วยการบุกเข้าไปหาลูกค้าเองนั้น จะเริ่มต้นจากการผลิตสินค้ามาเก็บไว้ในโกดังแล้วหาทางขายออกไปด้วยการไปเปิดตัวตามงานแสดงสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเริ่มต้นจากการเลือกก่อนว่าสนใจจะเข้าไปยังตลาดในประเทศไหน โดยอาจจะเริ่มจากประเทศคู่ค้าเจรจา FTA ของไทยก่อนเพราะเราจะได้เปรียบคู่แข่งในประเทศอื่นๆ ด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้าปลายทางที่ลดลง อย่างตอนนี้ออสเตรเลียเองก็เป็นตลาดหนึ่งที่น่าสนใจเพราะเขาทำการลดภาษีให้สินค้าไทยจากข้อตกลง FTA อยู่แล้ว ขณะที่ทางญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกาที่น่าจะเป็นตลาดของสินค้า OTOP ที่มีศักยภาพ กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำข้อตกลง FTA ซึ่งอีก 1-2 ปีน่าจะเริ่มมีผลทำให้สินค้าไทยที่ส่งไปขายเสียภาษีนำเข้าลดลงหรืออย่างประเทศจีนเองที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต มีสัดส่วนคนรวยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับจีนมีความคืบหน้าไปมาก ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจของสินค้า OTOP
การเลือกประเทศปลายทางที่จะส่งสินค้าไปขายนั้น เมื่อตัดสินใจว่าสนใจประเทศใด ผู้ประกอบการ OTOP ของไทยก็ต้องศึกษาความต้องการของตลาดนั้นๆ ทั้งในด้านการออกแบบลวดลาย สีสันและการนำไปใช้งานเพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด ไม่ใช่ผลิตสินค้าในแบบที่ผู้ผลิตเห็นว่าดี อย่างรสนิยมในการใช้เครื่องปั้นดินเผาหรือกระเป๋าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติของลูกค้าชาวจีน ญี่ปุ่นและอเมริกามีความแตกต่างกัน การเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละประเทศที่เราจะการค้าด้วยเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งปัจจุบันการหาข้อมูลรสนิยมของลูกค้าในประเทศต่างๆ สามารถค้นหาจากเวปไซต์หรือนิตยสารชั้นนำของประเทศนั้นๆ ทำได้ง่ายกว่าในอดีตมาก
นอกจากจะเข้าใจความต้องการของลูกค้าแล้วผู้ประกอบการที่คิดจะส่งออกต้องเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าของประเทศปลายทางด้วย เช่น การจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจากข้อตกลง FTA ก็ต้องมีหลักฐานแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างที่ผมเขียนถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ระเบียบเรื่องการควบคุมมาตรฐานเกี่ยวกับสุขอนามัย โรคติดต่อหรือแมลงของประเทศปลายทางก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ส่งออกสินค้า OTOP ต้องหาข้อมูลและทำให้ได้ตามมาตรฐานของเขา มิฉะนั้น สินค้าอาจโดนตีกลับได้ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้หมอนอิงที่เป็นสินค้า OTOP ของไทยก็โดนตีกลับจากญี่ปุ่นเพราะไส้กลางยัดฟางข้าว ซึ่งเป็นวัตถุต้องห้ามตามมาตรฐานป้องกันโรคแมลงของญี่ปุ่น
เมื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้า และข้อจำกัดต่างๆ ในการส่งสินค้าออกไปขายยังประเทศปลายทางแล้วก็ต้องหาช่องทางที่จะเข้าไปยังตลาดนั้นๆ โดยทำได้หลายวิธีตั้งแต่การติดต่อบริษัทที่ทำธุรกิจจัดจำหน่ายหรือผู้ค้าปลีกในประเทศนั้นๆ เพื่อเสนอขายสินค้าหรือให้เขาเป็นตัวแทนจำหน่ายให้หรือการหาตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่ชำนาญในการเข้าถึงตลาดในประเทศนั้นๆ เป็นผู้จัดจำหน่าย หรืออาจไปออกงานแสดงสินค้าในประเทศที่เราต้องการไปค้าขายด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการจะได้พบผู้แทนจำหน่ายหรือลูกค้าในประเทศนั้น
ที่ผมเชียร์ให้ผู้ประกอบการ OTOP ขยายตลาดต่างประเทศไปยังกลุ่มประเทศที่มีข้อตกลง FTA กับไทยนั้น ไม่ใช้แค่เพื่อความได้เปรียบทางภาษีเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการจะยังได้ข้อมูลทางการค้าที่เกี่ยวกับประเทศนั้นๆ ที่ทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เจรจาและดูแลเรื่อง FTA ทำการศึกษาวิจัยรวบรวมไว้ และยังมีคณะทำงานที่ดูแลความคืบหน้าของข้อตกลง ทำให้มีข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกถูกรวบรวมไว้ที่แหล่งเดียว การค้นหาข้อมูลจะทำได้สะดวกขึ้นกว่าการไปเริ่มต้นกับประเทศอื่นที่ยังไม่อยู่ในแผนการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีของไทย
ถ้าใครที่สนใจข้อมูลเหล่านี้ ลองเข้าไปดูได้ที่ www.thaifta.com ครับ
http://www.thaifta.com/
:: 12/30/1899 12:07:10 AM
|
งาน OTOP CITY ครั้งที่ 3
กำหนดวันและ สถานที่จัดงาน (OTOP CITY) ครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 – วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2548
รวม 9 วัน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ที่ ฮอลล์ 1-8 และชาเลนเจอร์ 1-3
(เปิดงานตั้งแต่เวลา 09.00 – 22.00 น.)
พบกับความมหัศจรรย์ในงาน (OTOP CITY) ครั้งที่ 3 กับ 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่
กิจกรรมที่ 1 OTOP จำหน่าย B 2 C
กิจกรรมที่ 2 OTOP ชวนชิม
กิจกรรมที่ 3 OTOP to the World
กิจกรรมที่ 4 Cultural Root Of OTOP
กิจกรรมที่ 5 Royal Heritage กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
กิจกรรมที่ 6 OTOP Special Activities กิจกรรมพิเศษ
http://www.otop5star.com/news_show-th.php?id=19
:: 12/30/1899 12:00:19 AM
|
งาน OTOP Grand Sale 2005
จัดที่ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 - 31 พฤษภาคม
2548 มีพิธีเปิดโดย ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
เป็นประธาน และในงานนี้ได้เชิญ Miss Universe 2004 มาร่วมเป็นเกียรติ
ในพิธีเปิดด้วย
http://www.thaitambon.com/OTOPFair2548/OTOPGrandSale2.htm
:: 12/30/1899 12:00:06 AM
|
งาน Orient Thai OTOP
จัด ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 2F หน้า SB เฟอร์นิเจอร์
จากวันที่ 27 พ.ค. 2548 ถึง 26 ม.ค. 2549 โดยมีสินค้า OTOP
และ SME จาก 4 จังหวัดภาคกลาง มาแสดงและจำหน่าย หมุนเวียน
กันไป
http://www.thaitambon.com/OTOPFair2548/OrientThaiOTOP.htm
:: 12/30/1899 12:00:06 AM
|
งานมหกรรมสินค้าสหกรณ์48
จัดขึ้นที่ บริเวณลานเอนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ บางเขน กท.ม.
ระหว่างวันที่ 4 - 8 พฤษภาคม 2548 ภายใต้แนวคิด "สินค้าสหกรณ์ ล้ำคุณค่า ราคายุติธรรม" จัดโดย กรมส่งเสริมสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งานนี้จะมีร้านค้ามาออกงานประมาณ 1,000 ร้าน มีสินค้าดีๆมากมาย และราคายุติธรรม
http://www.thaitambon.com/COOP/CoopFair2005.htm
:: 12/30/1899 12:00:06 AM
|